บทความ

Para Dough ของเล่นจากยางพาราไทย พร้อมตีตลาดส่งออกของเล่นโลก

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญให้แก่เด็กๆ ในเทศกาลแสนพิเศษทั้งคริสมาสต์ ปีใหม่ รวมถึงวันเด็กที่กำลังใกล้เข้ามา ไม่ควรพลาด ‘Para Dough (พาราโด)ผลิตภัณฑ์ของเล่นยางสำหรับปั้น มีลักษณะคล้ายดินน้ำมัน แต่ปลอดภัย ไร้กลิ่น ปราศจากสารเคมีอันตราย ผลิตจาก ยางพารา พืชเศรษฐกิจของไทย ผลงานวิจัย โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรม หนุนตีตลาดของเล่นทางเลือกเพื่อสุขภาพระดับโลก

 

คุณกรรณิกา หัตถะปะนิตย์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง (IRM) เอ็มเทค

คุณกรรณิกา หัตถะปะนิตย์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง (IRM) เอ็มเทค อธิบายว่า Para Dough เป็นผลิตภัณฑ์ของเล่นแป้งปั้นหรือโด (Dough) ผลิตขึ้นจากยางพาราชนิดยางแท่งและยางแผ่น ซึ่งนำมาผ่านกระบวนการปรับลักษณะทางกายภาพให้มีสมบัติความหนืดที่เหมาะสม ก่อนนำมาผสานรวมเข้ากับสารจากธรรมชาติอื่นๆ อาทิ แป้งประกอบอาหาร น้ำมันพืช และสี

 

 

“Para Dough มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างกลูเตนจากแป้งสาลีและสารเคมีที่เป็นอันตราย ไม่มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด อีกทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียก่อนและหลังการเล่นด้วยการฉีดพ่นแอลกอฮอล์แล้วนวดก้อนแป้งจนแอลกอฮอล์ระเหยโดยไม่ทำให้โดเสียสภาพ นอกจากนี้ Para dough ยังไม่มีกลิ่น ไม่แห้งแข็งและไม่ละลายเยิ้มเมื่อวางไว้ภายนอกบรรจุภัณฑ์อีกด้วย

Para Dough สามารถเก็บในบรรจุภัณฑ์ได้อย่างน้อย 2 ปี มีอายุการใช้งานหลังแกะบรรจุภัณฑ์ประมาณ 1 ปี และภายหลังหมดอายุการใช้งานสามารถทิ้งผลิตภัณฑ์ลงในถังขยะเปียก เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ไม่สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม”

 

ดร.ปณิธิ วิรุณห์พอจิต นักวิจัยกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง (IRM) เอ็มเทค

 

ดร.ปณิธิ วิรุณห์พอจิต นักวิจัยกลุ่มวิจัย IRM เอ็มเทค เสริมว่าผลิตภัณฑ์ Para Dough เหมาะแก่ผู้ที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป สามารถใช้เป็นของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก กระตุ้นให้เกิดการฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine motor) พัฒนาทักษะการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง และทักษะความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังเหมาะแก่การใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมศิลปะบำบัด เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง รวมถึงช่วยบำบัดให้เกิดความผ่อนคลาย กล่าวได้ว่า Para Dough เป็นแป้งปั้นที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

 

 

 

“ด้วยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ทำให้ Para Dough มีโอกาสเข้าถึงตลาดส่งออกหลักของไทย ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ของเล่นเสริมพัฒนาการ ที่มีความปลอดภัยสูง และได้มาตรฐานสากล โดยตามการรายงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการส่งออกผลิตภัณฑ์ของเล่นสูง ซึ่งเมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมามีการคาดประมาณว่าในปี 2564 ไทยจะมีตัวเลขมูลค่าการส่งออกของเล่นรวมสูงถึง 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เนื่องจากการขยายตัวของตลาดออนไลน์[1]

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ปัจจุบันเอ็มเทคพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต Para Dough ในระดับอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตมีราคาไม่สูง เนื่องจากใช้เครื่องจักรทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร รวมถึงใช้วัตถุดิบที่ผลิตและจำหน่ายทั่วไปในประเทศ นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพร้อมร่วมทำวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เช่น การปรับระดับความแข็งและความคงรูปของผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้ในงานประเภทอื่นๆ อาทิ การทำเป็นดินปั้นสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องประดับหรือของตกแต่งบ้าน

การพัฒนา Para Dough มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราไทยได้สูง 5-6 เท่า ถือเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น และเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมการใช้ประโยชน์จากยางพาราไทย ส่งเสริมการยกระดับสินค้าการเกษตรไทยตามโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy Model) ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับเศรษฐกิจฐานชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

 

ปัจจุบัน สวทช. ได้นำร่องผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Para Dough ต้นแบบแล้วที่ศูนย์หนังสือ สวทช. ในราคา 99 บาท ปริมาณ 240 กรัม หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3p1bWnK นอกจากผลิตภัณฑ์​ Para Dough แล้ว นักวิจัยยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Para Note และ Para Sand ซึ่งพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วเช่นกัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.nstda.or.th/home/news_post/para-plearn/

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ที่

งานประสานธุรกิจและอุตสาหกรรม เอ็มเทค สวทช.

โทรศัพท์: 0 2564 6500 ต่อ 4782-4789

E-mail: BDD-IBL@mtec.or.th

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

[1]ตลาดที่ประเทศไทยส่งออกสินค้าประเภทของเล่นเป็นหลัก คือ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.30 ส่วนตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูง คือ เกาหลีใต้ร้อยละ 964.90 ฟิลิปปินส์ร้อยละ 105.89 และรัสเซียร้อยละ 73.22 โดยสินค้าที่มีการขยายตัวเพิ่มอย่างน่าสนใจ คือ ของเล่นที่มีล้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 52.58 และของเล่นประเภทอื่นๆ ร้อยละ 20.16 ซึ่งจุดแข็งที่ทำให้ของเล่นไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดสากลคือเป็นผลิตภัณฑ์ของเล่นที่มีความปลอดภัยสูง เป็นของเล่นเสริมพัฒนาการ ได้มาตรฐานสากล และมีคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน