อุตสาหกรรม Next Gen ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพ’ 7 กลุ่ม มูลค่า 1 ล้านล้าน

share to:

Facebook
Twitter

 

 

“เศรษฐกิจสุขภาพ” กำลังถูกขับเคลื่อนมากขึ้น เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ประกาศนโยบายมุ่งส่งเสริมสนับสนุน 6 กลุ่มธุรกิจ คาดว่าจะสร้างมูลค่าราว 6.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.39 %ของGDPประเทศ ประกอบด้วย

ยกระดับภูมิปัญญาไทย ,สมุนไพรไทย ยาไทย และอาหารไทย ,การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ , ศูนย์กลางด้านการแพทย์ และสุขภาพมูลค่าสูง หรือ ATMPs และการดูแลสุขภาพบุคคล และความงาม โดยจะมีการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสุขภาพ หน่วยงานระดับกรมขึ้นมาขับเคลื่อน

ขณะที่ในภาคการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มี 47 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ รวมราว 16,200 บริษัท ได้มีการกำหนด “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next – Gen Industries)”ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน

โดยภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสุขภาพ อยู่ภายใต้คลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ประกอบด้วย 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ยา อาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สมุนไพร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ

ขณะที่ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากสภาพการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและการเมืองระหว่างประเทศที่มีความเข้มข้นมาก ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงไปทั่วโลก ประเทศไทยในภาคอุตสาหกรรมก็เช่นกัน หลายอุตสาหกรรมไม่สามารถแข่งขันได้ หรือขีดความสามารถการแข่งขันลดลง

เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ทำมา 40-50 ปี และเป็นอุตสาหกรรม OEM รับจ้างผลิต จึงได้เฉพาะส่วนต่างของค่าแรง แต่สภาวะของประเทศไทยจำนวนแรงงานลดลง ขณะเดียวกันก็มีราคาค่าแรงที่แพงขึ้น ส่วนเพื่อนบ้านมีจำนวนแรงงานมากกว่าและราคาถูกกว่า หลายอุตสาหกรรมจึงเริ่มมีการย้ายฐานการผลิต บวกกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาถูกเข้ามาถล่มประเทศไทย

ส.อ.ท.ได้มีการกำหนดนโยบายอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สามารถแข่งขันได้ เรียกว่า “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next – Gen Industries)” ประกอบด้วย S-curve ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพิ่มมูลค่า ประมาณ 12 อุตสาหกรรม รวมถึง BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

 

 

 

แหล่งที่มาข้อมูล / อ่านทั้งหมดได้ที่ : https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1169420