EA & บพข. ชวนมารับรู้ศักยภาพของ Bio‑PCM สารเปลี่ยนสถานะ ที่คิคค้นจากมันสมองคนไทย พร้อมต่อยอดสู่นวัตกรรมตอบโจทย์ BCG Economy แห่งโลกอนาคต

share to:

Facebook
Twitter

เมื่อเอ่ยถึง Bio‑PCM (Bio‑based Phase Change Materials) หรือ สารเปลี่ยนสถานะ จากวัตถุดิบทางชีวภาพ เชื่อว่ามีหลายคนยังไม่รู้จักกับเจ้าสารมหัศจรรย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในหลายมิติ

เริ่มตั้งแต่ใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง สารนี้ถูกนำไปผสมในวัสดุก่อสร้างหรือผนังอาคารเพื่อลดความร้อนสะสมภายในอาคาร อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ใช้ในอุปกรณ์เก็บอุณหภูมิสำหรับการขนส่งอาหาร ยา หรือวัคซีน (Cold Chain Logistics) เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า

ขณะที่ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ สามารถนำไปผสมในเส้นใยเสื้อผ้าอัจฉริยะ เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้รู้สึกสบาย ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็น และสุดท้าย สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ Bio‑PCM ใช้เคลือบตัวรถเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศในรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงเท่านั้น คุณูปการของ Bio‑PCM หรือ สารเปลี่ยนสถานะ ยังเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้อุตสาหกรรมไบโอดีเซล ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต หากความต้องการใช้ไบโอดีเซล (B100) ลดลงเนื่องจากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็สามารถนำน้ำมันปาล์มมาผลิต Bio‑PCM ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มของไทย ซึ่งถ้าทำได้อย่างเป็นรูปธรรม ย่อมเป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลกำไรทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว อีกด้วย

และ Bio‑PCM ยังทำหน้าที่เสมือน “แบตเตอรี่ความร้อน” ที่ช่วยกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานความร้อน ซึ่งตอบโจทย์ระดับโลกในด้านการประหยัดพลังงาน ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศหรือฮีตเตอร์ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าและพลังงาน แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ จึงมีรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ต่ำกว่า PCM ที่ผลิตจากปิโตรเคมี สอดคล้องกับนโยบาย BCG Economy (Bio-Circular-Green) ของประเทศและการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

อีกหนึ่งความจริง ที่ คือ เทคโนโลยี Bio‑PCM หรือ สารเปลี่ยนสถานะ สุดยอดนวัตกรรมนี้ ได้ชื่อว่าเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากมันสมองของคนไทยอย่างแท้จริง โดยทีมนักวิจัยของ บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด (GTR) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม EA โดยได้รับการจดสิทธิบัตรเป็น รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่คิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้น โดยต่อยอดจากธุรกิจพื้นฐานของ EA ที่เริ่มต้นจากการทำธุรกิจ ไบโอดีเซล โดยมีหัวใจสำคัญ (DNA) คือการให้ความสำคัญกับการค้นคว้า วิจัย และพัฒนา (R&D) อยู่เสมอ เนื่องจาก EA ไม่ได้หยุดแค่การผลิตพลังงานสะอาด แต่ตั้งคำถามว่าจะใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไรด้วยเทคโนโลยีของคนไทย

มาในวันนี้ เพื่อขยายผลให้มีการนำ Bio‑PCM หรือ สารเปลี่ยนสถานะ สู่สารตั้งต้นหลักในการนำไปต่อยอดขยายผลให้มีการนำ Bio‑PCM ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าให้ภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช (GTR) หนึ่งในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดตัวโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์ ‘Up the Phase. Upgrade the World: สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต’

โดยการเปิดตัวโครงนี้ ก็เพื่อเปิดเวที ให้คนรุ่นใหม่ นักวิจัย และ นักนวัตกรรมร่วมต่อยอด Bio‑PCM (Bio‑Phase Change Material) ไปใช้เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมต่อไปอย่างสร้างสรรค์

คุณฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท EA

คุณฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท EA ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ บพข. และการต่อยอดเทคโนโลยี Bio-PCM ไว้ในหลายประเด็น

“ในวันนี้ Bio‑PCM มีศักยภาพในฐานะสินค้าส่งออกที่สร้างเม็ดเงินให้ประเทศไทยไม่น้อย โดยในปัจจุบันมีการส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และอเมริกา โดยมีปริมาณการส่งออกเกือบ 1,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการนำปาล์มน้ำมันมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนปาล์มกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน โดยเฉพาะในอนาคตที่ความต้องการใช้ไบโอดีเซลอาจลดลงจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นวัตกรรม Bio-PCM จึงเป็นทางออกสำคัญในการสร้าง Demand ใหม่ให้กับน้ำมันปาล์ม”

“Bio‑PCM จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สารเปลี่ยนสถานะ แต่เป็น นวัตกรรมยุทธศาสตร์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวสู่ประเทศแห่งนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก และสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน”

“และในวันนี้ การจัดโครงการประกวด “Up the Phase. Upgrade the World” ร่วมกับ บพข. ยังเป็นกลไกในการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และนักวิจัย ได้นำไอเดียมาต่อยอดและ “ปล่อยของ” เพื่อค้นหาแอปพลิเคชันหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมได้หลากหลาย เช่น วัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดความร้อน, อุปกรณ์เก็บอุณหภูมิทางการแพทย์ หรือเสื้อผ้าอัจฉริยะ เป็นต้น”

“การร่วมมือกับ บพข. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การให้ทุนวิจัย แต่เป็นต้นแบบของการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ (เกษตรกร) กลางน้ำ (การวิจัยและผลิต) ไปจนถึงปลายน้ำ (การนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการขายจริง) เพื่อสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข.

ด้าน รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ EA เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ Bio-PCM เป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าให้ภาคอุตสาหกรรมไทยว่า

“บพข. มีความร่วมมือกับ EA และ GTR ในฐานะผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยมีมาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มไทยให้เป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจหลักของ บพข. ในการให้ทุนวิจัยที่ตั้งต้นจาก ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม (Industry-based) เป็นหลัก โดย บพข. จะใช้ทรัพยากรที่มี ทั้งด้านเงินทุนและเครือข่ายนักวิจัยที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง มา Matching หรือจับคู่กับโจทย์ของภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดและสามารถขายได้จริง”

“เราจึงมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ ต้นน้ำ (เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม) กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และการเปลี่ยนน้ำมันปาล์มให้เป็น Bio-PCM ถือเป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมตามแนวทาง BCG Model ที่ช่วยเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว”

“ดังนั้น การเปิดตัวโครงการประกวดนวัตกรรม “Up the Phase. Upgrade the World” กับทาง EA ในวันนี้ ก็เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา และนักวิจัย ได้นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเทคโนโลยี Bio-PCM ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากงานวิจัยที่ตั้งต้นด้วยซัพพลาย (Supply-side) มาเป็นการดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่และประชาชนมาช่วยกันคิดหาแอปพลิเคชันหรือวิธีการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง (User) ทำให้เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น”

สำหรับการประกวดนวัตกรรม โครงการ “Up the Phase. Upgrade the World” ผู้เข้าร่วมสามารถเสนอแนวคิดและนวัตกรรมที่ต่อยอดจาก Bio-PCM โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • Bio-PCM Frontier Tech สำหรับผลงานวิจัยหรือเทคโนโลยีขั้นสูง
  • The Future Maker สำหรับผลงานสิ่งประดิษฐ์หรือชิ้นงานต้นแบบ
  • Next-Gen Visionary สำหรับแนวคิดนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อยอดในอนาคต

ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะเข้าสู่รอบนำเสนอ (Pitching) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการประกาศผลรางวัลภายในงาน อว.แฟร์ 2569 โดยมีเงินรางวัลรวมมากกว่า 200,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดผลงานร่วมกับนักวิจัยและภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ โครงการเปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่ วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและช่องทางการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง บพข. Facebook Page : pmuc.researchfunding และ Facebook Page : Energy Absolute

ที่มาภาพ/ข้อมูล : https://www.salika.co/2026/03/21/bio-pcm-ea-pmuc-collaboration/