Common Prosperity 2026: เศรษฐกิจไทยที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

share to:

Facebook
Twitter

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการปรับโครงสร้างประเทศตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยมุ่งเน้นการสร้าง “สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค” (Inclusive Growth) เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของจีดีพีจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงคนกลุ่มเดียว แต่จะกระจายลงสู่ฐานรากอย่างทั่วถึง

 

 

1. เศรษฐกิจของทุกคน: ทลายกำแพงการเงินด้วย Digital Finance
ในปี 2569 ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) จะกลายเป็นผู้เล่นหลักที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการเข้าถึงเงินทุนของไทย นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งเน้นการใช้ Alternative Data เช่น ข้อมูลการชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ หรือประวัติการขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มาใช้ประเมินเครดิตแทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

  • การเข้าถึง: กลุ่มอาชีพอิสระและ SMEs ขนาดเล็กสามารถเข้าถึงสินเชื่อหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล: การพัฒนา Open Finance ช่วยให้ประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลทางการเงินของตนเอง และสามารถเลือกใช้บริการที่คุ้มค่าที่สุดได้ผ่านสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว

2. ความยั่งยืน (ESG): เมื่อสิ่งแวดล้อมดี คุณภาพชีวิตก็ดีตาม
แนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) ในปี 2569 ไม่ใช่เพียงทางเลือกของบริษัทใหญ่ แต่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยตามโมเดล BCG (Bio-Circular-Green Economy)

  • สุขภาพและสิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการลดมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและยกระดับสุขภาพของคนไทย
  • Green Jobs: การเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเกษตรมูลค่าสูง สร้างงานใหม่ที่ยั่งยืนในท้องถิ่น ช่วยให้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาหางานในเมืองใหญ่

3. ความมั่นคงในอาชีพ: ตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net)
ความมั่นใจในการใช้จ่ายและการลงทุนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนรู้สึก “มั่นคง” แม้ในยามวิกฤต รัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เร่งสร้างโครงข่ายความคุ้มครองที่ครอบคลุม

  • ระบบสวัสดิการถ้วนหน้า: การบูรณาการฐานข้อมูลดิจิทัลทำให้การจ่ายเงินอุดหนุนและสวัสดิการต่าง ๆ ตรงจุดและโปร่งใสมากขึ้น
  • การออมและแก้หนี้: โครงการจัดการหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมการออมผ่านกองทุนสวัสดิการชุมชน ช่วยสร้าง “กันชน” ให้กับครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ทำให้กล้าที่จะออกมาลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ มากขึ้น

บทสรุป
Common Prosperity 2026 ไม่ใช่แค่การแบ่งปันความมั่งคั่ง แต่คือการ “สร้างโอกาสที่เท่าเทียม” ผ่านเทคโนโลยีทางการเงิน การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างสวัสดิการที่พึ่งพาได้ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งโดยไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

อ้างอิงข้อมูลจาก:

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.): แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): แผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2567 – 2569 และแนวทางการจัดตั้ง Virtual Bank
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.): แนวคิดโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net)
  • กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม: แผนปฏิบัติราชการปี 2569 ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

 

ที่มาภาพ/ข้อมูล : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/462757